3 ธนาคารใหญ่ยังกำไรดีอยู่ไหมในยุค “DIGITAL DISRUPTION”

3 ธนาคารใหญ่ยังกำไรดีอยู่ไหมในยุค “DIGITAL DISRUPTION”

ปีที่ผ่านมา 3 แบงก์ยักษ์ใหญ่อย่าง กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ จะมีกำไรเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงหากเทียบกับปี 2017

ในปี 2018 ที่ผ่านมา “ของหวาน” ที่ธนาคารเคยกินนิ่มๆ มาโดยตลอดอย่างสารพัดค่าธรรมเนียม ทั้งโอนเงิน,จ่ายสารพัดบิลผ่าน Mobile Banking กลับเป็นรายได้ที่หายไปเหลือ 0 บาท เมื่อธนาคารหลายแห่งต่างประกาศยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมกันทั่วหน้า

อีกทั้งในปีที่ผ่านมาทั้ง 3 แบงก์ใหญ่ต่างใช้เงินลงทุนมหาศาลไปกับด้าน IT ทั้งพัฒนา Mobile Banking ของตัวเอง, การสร้าง Infrastructure ในการจ่ายเงินผ่าน QR Code ทั้ง 3 แบงก์ใหญ่รู้ดีว่านี่คือการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเกมโลกธุรกิจใบเดิมของธนาคาร ไปสู่โลกธุรกิจใบใหม่โดยการเปลี่ยนครั้งนี้ นอกจากตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าในยุคดิจิทัลแล้วนั้นยังเป็นการลดต้นทุนในการทำธุรกิจธนาคารในอนาคตได้อย่างมหาศาล

SCB รายได้เพิ่มขึ้นแต่กำไรน้อยลง

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SCB มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีไปแล้วประมาณ 40,000 ล้านบาทแน่นอนในปี 2018 ที่ผ่านมาเราได้เห็น SCB เปลี่ยนแปลงตัวเองมากมายทั้งการเปิดตัว “แม่มณี” และ SCB Easy รวมถึงพัฒนา App ที่ชื่อว่า “เก็บออม” และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่นๆถึงแม้ในปี 2018 SCB จะมีรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นโดยมีรายได้อยู่ที่ 96,369 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมากกว่าปี 2017 ถึง 4.4% แต่เมื่อยังเลือกที่จะลงทุนด้าน IT อย่างมหาศาลบวกกับรายได้ค่าธรรมเนียมที่เคยได้เป็นกอบเป็นกำก็ลดลง เพราะในช่วงต้นปี 2018 SCB เองก็ได้ประกาศฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ บน Mobile Banking  ของตัวเอง

อธิบายให้ชัดเจนก็คือแม้ในปี 2018 ที่ผ่านมา SCB จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ แต่เมื่อรายได้จากค่าธรรมเนียมลดลง บวกกับรายจ่ายในการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น กำไรในการทำธุรกิจจึงน้อยลงหากเทียบกับปี 2017 ที่ผ่านมา แต่การลงทุนมหาศาลตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทำให้ SCB มองว่าถึงเวลาที่ตัวเองจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนในปี 2019 ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อสูงถึง 7% โดยเชื่อว่าช่องทาง Mobile Banking ของตัวเองอย่าง SCB Easy ที่สามารถขอสินเชื่อผ่าน App นี้ได้ทันทีจะช่วยให้ยอดสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้น

ที่น่าสนใจคือ SCB ยังเชื่อว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2019 ธนาคารจะมีลูกค้าที่อยู่ในระบบดิจิทัล 12 ล้านคน ส่วนจำนวนสาขาจะเหลือเท่าไร พนักงานจะเหลืออยู่กี่คน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ธนาคารกรุงเทพ ยุคดิจิทัล กำไรก็ยังเติบโต

ในปี 2018 ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพแจ้งว่ามีรายจ่ายในการทำธุรกิจสูงถึง 50,025 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 2017 ที่มีรายจ่ายในการทำธุรกิจอยู่ที่ 45,843 ล้านบาทหากเทียบกัน 2 ปีจะพบว่าต้นทุนในการทำธุรกิจของธนาคารกรุงเทพสูงขึ้นมากกว่าเดิมถึง 4,182 ล้านบาท และสาเหตุนั้นเกิดจากอะไร?

โดยธนาคารกรุงเทพได้ชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งมาจากการปรับค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้างถึงจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ธนาคารกรุงเทพเหนือกว่าคู่แข่งก็คือการหารายได้ในส่วนอื่นๆเพิ่มมากขึ้นหากเทียบกับแบงก์อื่นๆ เพื่อเข้ามาทดแทนรายได้จากค่าธรรมเนียมที่หายไปจากการประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงิน จ่ายสารพัดบิลทั้งผ่านเว็บไซต์ Bualuang iBanking และแอปมือถือ Bualuang mBanking รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ ในปี 2018 ของธนาคารกรุงเทพก็คือ ธุรกิจการค้าเงินตราต่างประเทศ โดยในปี 2018 ธุรกิจนี้สร้างรายได้ให้แก่ธนาคารกรุงเทพถึง 8,300 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วถึง 2,043 ล้านบาท

ส่วนรายได้หลักของทุกธนาคารก็คือ “ดอกเบี้ย” โดยธนาคารกรุงเทพเองก็ยังมีรายได้จากดอกเบี้ยเติบโต โดยปีที่ผ่านมามีรายได้จากส่วนนี้ถึง 110,781 ล้านบาทเติบโตถึง 5% อีกทั้งหากสังเกตในบรรดา 3 แบงก์ใหญ่ในเมืองไทยในยุคการเปลี่ยนเกมธุรกิจมาสู่ธนาคารดิจิทัลนั้น ธนาคารกรุงเทพถือเป็นแบงก์ที่ใช้สื่อโฆษณาน้อยมากหากเทียบกับ K Bank และ SCB การหารายได้ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อมาทดแทนรายจ่ายที่สูงมากขึ้น รวมไปถึงในส่วนรายได้ที่หายไป  ดูเหมือนธนาคารกรุงเทพจะทำได้ดีเกินคาด จนทำให้ในปี 2018 มีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2017 ถึง 2,321 ล้านบาท

K Bank กำไรก็ยังเติบโต

ข้อมูลโดย : marketeeronline.co

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *